เชียงใหม่ผนึกกำลัง ยกระดับเฝ้าระวังผู้พ้นโทษ ป้องกันการกระทำผิดซ้ำ .


วันนี้ (7 ก.ย. 69) เวลา 9.30 น. ณ ห้องประชุม POC ชั้น 3 อาคารอำนวยการ ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ นำหัวหน้าส่วนราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมซักซ้อมการปฏิบัติงานตามแนวทางปฏิบัติในการเฝ้าระวัง ภายหลังพ้นโทษในระดับพื้นที่ ร่วมกับทุกจังหวัด ผ่านระบบ Zoom Meeting โดยมีพลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานการประชุมร่วมกับนายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมทั้ง อธิบดีกรมการปกครอง อธิบดีกรมคุมประพฤติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมดำรงธรรม ศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทย กรุงเทพมหานคร

สืบเนื่องจากปัจจุบันประเทศไทยพบปัญหาการกระทำผิดซ้ำของผู้กระทำผิดร้ายแรง โดยเฉพาะความผิดเกี่ยวกับเพศ และความผิดที่ใช้ความรุนแรง เมื่อพ้นโทษแล้วยังมีความเสี่ยงสูงที่จะกลับมากระทำความผิดซ้ำอีก ก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรงต่อชีวิต ร่างกาย และความปลอดภัยของประชาชน ขณะที่กระบวนการยุติธรรมเดิมมุ่งเน้นการลงโทษตามคำพิพากษาเป็นหลัก เมื่อผู้กระทำความผิดรับโทษครบและพ้นโทษแล้ว การใช้กลไกทางกฎหมายเพื่อติดตาม เฝ้าระวัง หรือควบคุมบุคคลที่ยังมีความเสี่ยงสูงมีข้อจำกัด จึงมีความจำเป็นที่จะต้องมีกฎหมายเฉพาะเพื่อสร้างกลไกป้องกันการกระทำความผิดซ้ำ
.
พระราชบัญญัติมาตรการป้องกันการกระทำความผิดซ้ำในความผิดเกี่ยวกับเพศหรือที่ใช้ความรุนแรง พ.ศ. พ.ศ. 2565 จึงกำหนดมาตรการพิเศษ ในการป้องกันการกระทำความผิดเกี่ยวกับเพศหรือที่ใช้ความรุนแรง ตั้งแต่ระหว่างรับโทษต่อเนื่องไปจนถึงภายหลังพ้นโทษ โดยมีสาระสำคัญ ได้แก่
1. มาตรการแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทำความผิด เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมระหว่างรับโทษจำคุก
2. มาตรการเฝ้าระวังภายหลังพ้นโทษ เช่น การรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ และการกำหนดข้อห้ามต่าง ๆ
3. มาตรการคุมขังภายหลังพ้นโทษ สำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงสูงว่าจะกระทำความผิดซ้ำในคดีเกี่ยวกับเพศหรือคดีที่ใช้ความรุนแรง
4. การคุมขังฉุกเฉิน ในกรณีมีเหตุอันควรเชื่อว่าจะเกิดการกระทำความผิดซ้ำและมีเหตุฉุกเฉินที่จำเป็นต้องป้องกันเหตุอย่างเร่งด่วน
.
สำหรับแนวทางการดำเนินงานในระดับพื้นที่ กรมคุมประพฤติได้บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานศาลยุติธรรม สำนักงานอัยการสูงสุด กระทรวงยุติธรรม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อขับเคลื่อนการเฝ้าระวังภายหลังพ้นโทษอย่างเป็นระบบ โดยเสนอให้จัดตั้งคณะกรรมการบูรณาการความร่วมมือเพื่อป้องกันการกระทำความผิดซ้ำระดับจังหวัด และคณะทำงานระดับอำเภอ เพื่อประสานการปฏิบัติงานของหน่วยงานในพื้นที่ มุ่งป้องกันและลดความเสี่ยงการกระทำความผิดซ้ำ ควบคู่กับการดูแลความปลอดภัยของประชาชนและการคุ้มครองสิทธิของผู้พ้นโทษตามกฎหมาย
.
พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้เป็นการกำหนดแนวทางการปฏิบัติงานร่วมกัน โดยสร้างความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อเฝ้าระวังและป้องกันการกระทำผิดซ้ำของบุคคลเป้าหมายในพื้นที่ โดยขอให้ส่วนราชการและภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องศึกษาและทำความเข้าใจแนวทางการเฝ้าระวังและการประสานงานร่วมกันอย่างชัดเจน
.
ทั้งนี้ ขอให้ฝ่ายปกครอง โดยเฉพาะผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่และนายอำเภอ กำกับและขับเคลื่อนการดำเนินงานของทุกภาคส่วนตามบทบาทหน้าที่ พร้อมทั้งให้แต่ละพื้นที่กำหนดช่องทางการติดต่อสื่อสารและประสานงานทั้งในระดับจังหวัดและอำเภอให้มีความชัดเจน สะดวก รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ เพื่อให้สามารถรับมือและแก้ไขปัญหาได้อย่างทันท่วงทีเมื่อพบพฤติกรรมเสี่ยง
.
นอกจากนี้ ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตาม เฝ้าระวัง และเยี่ยมเยียนบุคคลเป้าหมายอย่างต่อเนื่อง ทั้งในพื้นที่ชุมชนและหมู่บ้าน รวมถึงใช้ช่องทางอื่นในการสืบสวนหาข่าว โดยเฉพาะการติดตามพฤติกรรมผ่านระบบออนไลน์ เพื่อให้สามารถประเมินสถานการณ์และป้องกันการกระทำผิดซ้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ
.
สำหรับการรายงานผล ขอให้คณะทำงานระดับอำเภอขับเคลื่อนการเฝ้าระวัง การเยี่ยมเยียน และการป้องกันการกระทำผิดซ้ำ พร้อมรายงานผลต่อจังหวัดเดือนละ 1 ครั้ง ขณะที่ระดับจังหวัดให้รวบรวมและรายงานผลต่อส่วนกลางอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้กรมคุมประพฤติเป็นหน่วยงานเจ้าภาพในการประสานการดำเนินงานกับทุกหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อให้การปฏิบัติงานเป็นไปในทิศทางเดียวกัน มีประสิทธิภาพ และเป็นไปด้วยความเรียบร้อย
.
ด้านนายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ กล่าวว่า การดำเนินงานตามแนวทางการเฝ้าระวังบุคคลภายหลังพ้นโทษในระดับพื้นที่ เป็นนโยบายของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่กำชับให้ทุกหน่วยงานบูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรม มีความชัดเจน และสามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว โดยขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่พิจารณามอบหมายบุคลากรที่มีความเหมาะสมและให้ความสำคัญกับภารกิจดังกล่าว เพื่อให้การปฏิบัติงานเกิดประสิทธิภาพสูงสุด
.
โดยให้มีการเฝ้าระวังเป็นรายกรณี พิจารณาข้อมูลและพฤติกรรมของบุคคลเป้าหมายอย่างละเอียด เพื่อป้องกันเหตุที่อาจส่งผลกระทบต่อประชาชนและสังคม ควบคู่กับการดูแลและส่งเสริมให้ผู้พ้นโทษสามารถกลับมาใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างเหมาะสม อันจะนำไปสู่การสร้างความปลอดภัยของประชาชน
.
อีกทั้ง ยังเน้นย้ำให้เฝ้าระวังผู้กระทำความผิดทางเพศเป็นกรณีพิเศษ เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่อการกระทำผิดซ้ำ โดยขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามพฤติกรรมอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง ดำเนินการตามมาตรการอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ พร้อมขอความร่วมมือทุกภาคส่วนบูรณาการการทำงานและปฏิบัติตามบทบาทหน้าที่อย่างเต็มประสิทธิภาพ
.
//////////////
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงใหม่
7 กันยายน 2569
.
หมายเหตุ : สามารถดาวน์โหลดคลิปวิดีโอได้ที่ลิงก์
https://drive.google.com/file/d/146nYq7Omp3LCXmj__-mxwB8QFnnsAxQZ/view?usp=sharing

Related posts